Uber CEO มอง AI autonomous vehicles และ การนำองค์กรผ่านความวุ่นวายอย่างไร
บทสัมภาษณ์นี้สะท้อนทั้งวิธีคิดของ CEO Uber ต่อ AI และ autonomous vehicles รวมถึงบทเรียนการพาองค์กรจากความวุ่นวายกลับสู่ระบบที่จัดการได้จริง จุดเด่นคือแนวทางแยกปัญหาใหญ่ให้เป็นส่วนย่อย และตัดสินใจบน impact มากกว่าความสบาย.

Uber, AI, Leadership, AutonomousVehicles, BusinessStrategy
ในบทสัมภาษณ์กับรายการ Invest Like The Best, Dara Khosrowshahi พูดถึงทั้งบริบทใหม่ของ Uber ในยุค AI และบทเรียนการนำบริษัทที่เคยเผชิญความวุ่นวายทั้งภายในและภายนอกให้กลับมามีทิศทางอีกครั้ง สิ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้นำธุรกิจและทีมเทคไม่ใช่แค่ภาพอนาคตของการขนส่ง แต่คือวิธีคิดเชิงปฏิบัติ: การมอง AI เป็นการเปลี่ยนแปลงทั้งโลกดิจิทัลและโลกกายภาพ การฟื้นความเชื่อมั่นจาก stakeholder และการบริหารตัวเองให้ไม่ถูกกลืนโดยความซับซ้อนขององค์กร
https://www.youtube.com/watch?v=ThMtheE5eO0
AI ไม่ได้เปลี่ยนแค่ซอฟต์แวร์ แต่เปลี่ยนการให้บริการในโลกจริง
ประเด็นตั้งต้นของบทสัมภาษณ์คือ Uber ไม่ใช่ธุรกิจที่อยู่แค่ในโลกดิจิทัล แม้การใช้งานจะเริ่มต้นบนแพลตฟอร์ม แต่คุณค่าที่ลูกค้าได้รับเกิดขึ้นในโลกจริง ทั้งการเดินทาง การส่งอาหาร และการขนส่ง
> "Our experiences encompass digital first in terms of your interaction with our platform, but then they are delivered or fulfilled in the real world."
>
> — Dara Khosrowshahi
Dara ชี้ว่า AI รอบใหม่ไม่ได้จำกัดอยู่ที่ generative AI หรือการเพิ่มประสิทธิภาพในหน้าจอเท่านั้น แต่กำลังขยายไปสู่สิ่งที่เขาเรียกว่า physical AI เช่น autonomous vehicles และ drones ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีที่ผู้บริโภคโต้ตอบกับบริการในโลกจริง
> "The rise of physical AI, autonomous vehicles, drones, etc., they are going to change how we interact with consumers in the real world. We think it's another trillion dollar marketplace."
>
> — Dara Khosrowshahi
สำหรับผู้บริหาร นี่เป็น insight สำคัญว่า AI ที่สร้างผลกระทบเชิงธุรกิจสูง อาจไม่ใช่แค่การลดต้นทุน back office แต่คือการออกแบบบริการใหม่ end-to-end ตั้งแต่ digital touchpoint ไปจนถึงการ fulfil จริงในภาคสนาม โดยตามที่กล่าวในวิดีโอ Uber มองคลื่นนี้ในระดับที่อาจเปลี่ยนทั้งโครงสร้างการดำเนินชีวิตของสังคม
การรับงานยาก เพราะมองที่ impact ไม่ใช่ comfort
อีกแกนหนึ่งของบทสัมภาษณ์คือเหตุผลที่ Dara ตัดสินใจรับตำแหน่ง CEO ของ Uber ทั้งที่ในเวลานั้นบริษัทอยู่ท่ามกลางข่าวลบและความไม่แน่นอนสูง เขาเล่าว่าตอนแรกปฏิเสธทันที แต่บทสนทนากับ Daniel Ek ทำให้มุมมองเปลี่ยนจากเรื่องความสุขส่วนตัวไปสู่เรื่องผลกระทบที่งานสร้างได้
> "Since when is life about happiness? It's about impact."
>
> — Daniel Ek (ตามที่ Dara เล่าในวิดีโอ)
Dara อธิบายว่าบริษัทอย่าง Uber มีผลต่อวิธีที่โลกเคลื่อนที่ และมีบทบาทในชีวิตผู้คนอย่างกว้างขวาง โดยเขาระบุว่าแพลตฟอร์มมีคนขับและ courier กว่า 10 ล้านคน
> "We are shaping how the world moves... We've got over 10 million couriers and drivers on the platform."
>
> — Dara Khosrowshahi
ในมุม B2B ประเด็นนี้สะท้อนการตัดสินใจของผู้นำในองค์กรขนาดใหญ่ได้ดี: งานที่ยากและ messy มักเป็นพื้นที่ที่สร้าง impact ได้มากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนของอุตสาหกรรม
วิธีพาองค์กรออกจาก chaos: แยกปัญหาใหญ่เป็นส่วนที่แก้ได้จริง
เมื่อถูกถามว่าช่วงแรกที่เข้า Uber เป็นอย่างไร Dara ตอบสั้นและชัดว่าเป็น "complete chaos" ทั้งในระดับบอร์ด ทีมผู้บริหาร ภาพลักษณ์สาธารณะ และการแข่งขันทางธุรกิจ
> "The most important how... is simplifying the situation and breaking down what seems like an unassailable problem into its component parts."
>
> — Dara Khosrowshahi
เขาอธิบายวิธีคิดแบบ engineering ว่าองค์กรที่ดูวุ่นวายเกินจะแก้ ต้องถูกแยกออกเป็นมิติย่อยก่อน แล้วค่อยตั้ง initiative กับแต่ละส่วน ตัวอย่างที่เขายกในวิดีโอมีอย่างน้อย 3 ด้านสำคัญ
> "This isn't about who controls it. This is about the fate of the company."
>
> — Dara Khosrowshahi
บทเรียนนี้ใช้ได้กับหลายองค์กรไทยที่กำลัง scale หรืออยู่ระหว่าง transformation: ปัญหาที่ดูเหมือนเป็น "culture problem" หรือ "management problem" มักต้องแตกออกเป็น governance, communication, stakeholder trust และ team structure ก่อน จึงจะวางแผนแก้ได้อย่างมีลำดับ
การฟื้นความเชื่อมั่น เริ่มจากการฟังก่อนสื่อสาร
จุดที่น่าสนใจอีกข้อคือ Uber ไม่ได้เริ่มจากการประกาศวิสัยทัศน์ใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่เริ่มจากการฟังอย่างเป็นระบบ เพื่อเข้าใจว่าผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกังวลอะไรจริง
> "We went out and first went on a listening tour to understand what the issues were and then started acting based on that."
>
> — Dara Khosrowshahi
สิ่งนี้มีนัยสำคัญมากในเชิงบริหารองค์กรและการเปลี่ยนแปลงระบบธุรกิจ เพราะในช่วงที่ความเชื่อมั่นเสียหาย การสื่อสารที่ดีอย่างเดียวไม่พอ หากยังไม่เข้าใจ pain point ของ stakeholder แต่ละกลุ่มก่อน
จากสิ่งที่กล่าวในวิดีโอ หลักคิดของเขาคือ concerns ของ stakeholder ภายนอกสำคัญพอ ๆ กับ concerns ภายในบริษัท นี่เป็นมุมที่ผู้บริหารมักมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อองค์กรโฟกัสแต่การ execute ภายใน แต่ละเลย regulator, partner หรือภาพรับรู้ของสาธารณะ
ผู้นำที่รับมือความกดดันได้ ต้องไม่ปล่อยให้ chaos กลายเป็นตัวตน
ช่วงท้ายของ transcript เปิดอีกมุมที่สำคัญไม่แพ้เรื่องกลยุทธ์ คือการจัดการความเครียดของผู้นำ Dara เชื่อมเรื่องนี้กับประสบการณ์วัยเด็กที่ครอบครัวอพยพจากอิหร่านและสูญเสียทุกอย่างตั้งแต่อายุ 9 ปี ประสบการณ์นั้นสร้างทั้งแรงผลักดันและกรอบคิดในการไม่ปล่อยให้ความสำเร็จหรือความล้มเหลวทำลายตัวเอง
> "I was able to separate the two... Am I going to give it every inch that I've got? Absolutely. But in the end, I know who I am."
>
> — Dara Khosrowshahi
เขาอธิบายว่าความเครียดไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา สิ่งที่ช่วยคือการนิยามปัญหาให้ชัด วางแนวทางแก้ทีละข้อ และใช้วิธี test and learn แม้ผลลัพธ์จะไม่ได้ดีขึ้นแบบเส้นตรงเสมอไป
> "What are the problems? Let me list them and let me have an approach to solving each of them. Test and learn."
>
> — Dara Khosrowshahi
อีกประเด็นที่สะท้อนสไตล์ผู้นำของเขาคือคำว่า all-in ไม่ว่าจะเป็นงาน กีฬา หรือครอบครัว เขาเชื่อว่าการโฟกัสกับสิ่งตรงหน้าและตัดสิ่งรบกวนออก ทำให้ชีวิตทั้งมีประสิทธิภาพและมีความสุขมากขึ้น